แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การขายสินค้า Amazon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การขายสินค้า Amazon แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ทำไมขายสินค้าไม่ได้ ขายสินค้าได้อย่างไร

สวัสดีในช่วงเที่ยววัน หนังท้องหย่อนสมองก็แล่นพอดี เลยหาเรื่องดีๆมาบอกเราชาวบล็อกครับ
คนที่ทำธุรกิจบนโลกออนไลนท์ สิ่งที่ดีคือไม่ต้องไปนั่งพูดคุย ง้อคนซื้อ ไม่ต้องไปสร้างสัมพันธภาพกันกลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องเสนอราคา ต่อรองราคากัน ใช่หรือ ไม่
     ถ้าคุณคิดว่าถูกต้อง ผมต้องบอกว่าขอให้รองคิดใหม่ทำใหม่อีกครั้ง เพราะอะไรนะเหรอครับ ถ้าการพูดคุย การสร้างสัมพันธภาพไม่เกี่ยวข้องละก้อ คงไม่มีคำว่า Social network คงไม่มี Bookmark ไม่มี Facebook ไม่มี MSN ให้เราสมัครเข้ามาเป็สมาชิกให้วุ่นวาน โลกเปลี่ยนไปแต่เทคนิกดีๆยังอยู่แต่เปลี่ยนไปในสภาพที่เหมาะสมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
      ดังนั้นในการขายสินค้าบนโลกออนไลนท์ ถ้าเราทำบล็อก คงต้องสมัครสามาชิกในกลุ่ม Social network เพื่อสร้างกลุ่มสมาชิกที่มีความสนใจหรือค้นหาเนื้อหาที่เราสนใจและมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันจนเป็นกลุ่มใหม่แบบล้อรถยนต์ที่ต้องมีการหมุนไปอย่างไม่หยุดยั้งหรือไม่มีวันสิ้นสุด
     เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับการเสนอขายสินค้าบนโลกออนไลนท์ การมีพันธมิตรหรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาร่วมแชร์มาร่วมกันคิดเรื่องเดียวกันปัจจุบันสามารถทำง่ายๆไม่ต้องมานั่งให้เห็นหน้าตากันก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้แล้ว การที่เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้นั้นนอกจากการพัฒนาเนื้อหา การพัฒนาบล็อก หน้าตาสิ่งจูงใจให้คนอ่านรูสึกอย่ากอ่านอยากเข้ามาหาเนื้อหาดีๆ อีกเรื่องและสำคัญมาก คือ จินตนาการ เพราะอัลเบิร์ต ไอสตายล์ เจ้าของแนวคิด E=mc ยกกำลัง2 กล่าวไว้ว่า จินตนาการสำคัญมากกว่าความคิด


    จินตนาการสำคัญมากกว่าความคิด  ท่านมีความเข้าใจอย่างไร หมายถึงอะไร แนวคิดนี้บอกอะไรแก่เรา เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันขอเราได้อย่างไร แล้ว บล็อกของเราเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องจินตนาการ
   จินตนาการสำคัญมากกว่าความคิด
    ถ้าท่าตีโจทย์นี้แตกกระกรุณา พรรณาเป็นอักษรและเป็นภาพในสมองของท่านในทันที เพราะสิ่งสำคัญคือ สมองของท่านจะมีการจิตนาการไม่รู้จบ และมีการเชื่อมโยงต่อยอดในเรื่องนั้นๆไปอีก การทำเช่นนี้ตามหลักจิตวิทยาเราต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วันแล้วสมองที่ดูแลเรื่องจิตใต้สำนึกจะเข้ามาช่วยเหลือเราเองดดยที่เราไม่รู้ว่าเกิดขึ้นอได้อย่างไร
   การลงมือทำสำคัญกว่าความคิด หมาถึงอะไร สำคัญอย่างไร แล้วเราจะทำอะไรก่อนหลังดี ทำแล้วสามารถเกิดอุปสรรคอะไรได้บ้าง เรามีความรู้ความสามารถเพียงพอหรือยัง ใครช่วยเหลือเราได้บ้าง ค้องใช้งบประมาณเท่าไหร่
   วันนี้เสนอเรื่อง จินตนาการและการลงมือทำ หวังว่าเพื่อนๆชาวบล็อกแห่งนี้คงนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การวิเคราะห์สินค้าก่อนนำเสนอในบล็อก

การขายสินค้า ในตลาด Online คงหนีไม่พ้นว่าเราจะหาสินค้าตัวไหนหรือหาสินค้าประเภทไหนมาขายเพราะถ้าขายได้แล้วก็หมายถึงมีรายได้เข้ามา วันนี้ผมคงอธิบายให้เข้าใจในมุมที่ต่างออกไปจากเดิมบ้าง เพราะปกติแล้วเราจะขายสินค้าในตลาด Online นั้นต้องมีการทำWeb หรือ Blog ก่อนเพื่อหาสินค้ามาทำการโฆษณาแล้วมีคนเข้ามาคลิกหรืออ่านเนื้อหาสินค้าของเราแล้วก็ตัดสินใจซื้อสินค้า แต่วันนี้คงเน้นที่ว่าเราจะวิเคราะห์สินค้าหรือความต้องการของลูกค้าของเราอย่างไรดี
การวิเคราะห์สินค้าเพื่อนำมาวางขายในร้านหรือ Blog ของเรา
1.ระบุกลุ่มสินค้าหลักๆ คือ เลือกสินค้าที่สามารถระบุเป็นกลุ่มได้เช่น กระเป๋าสตรี ก็วางแผนเลยว่าเราจะหากระเป๋าแบบไหนมาวางขาย เช่น กระเป๋าแฟชั่น  กระเป๋าลายคลาสสิก กระเป๋าแบบเก๋ๆฯ
2.วิเคราะห์ในตลาดว่าสินค้าตัวไหนมาแรงในช่วงนี้และมีคนค้นหาสินค้าใน Google หรือ Yahoo มากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน บางคนอาจละเอียดไปถึงว่าช่วงเวลานี้ประเทศไหน สินค้าที่เราจะวางขายมีการซื้อมากที่สุด สินค้าตัวนี้ขายดีในกลุ่มคนอายุ รายได้ อาชีพ อะไร
3.วิเคราะห์เชิงปริมาณ ว่าในหนึ่งวันเราคาร อัพเนื้อหากี่เรื่องดีแต่ละเรื่องมีคนเข้ามาชมมากน้อยแค่ไหน
4.วิเคราะห์คู่แข่ง เรื่องที่เราจะทำนั้นหรือสินค้าที่เราจะขายนั้นมีใครขายบ้าง ค่ายเล็กๆมีกี่ค่ายและค่ายใหญ่มีกี่ค่าย ถ้ามีค่ายหรือร้านจำนวนมากเราควรมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า จุดอ่อนของแต่ละแห่งคืออะไร และเราจะดีกว่าได้อย่างไร
5.วิเคราะห์ถึงตัวช่วย เราควรมองหาตัวช่วยของเราอยู่เสมอ เช่น socialnetwork,Book mark, twitter,facebook เพราะจำนวนคนเข้าชมใน Blog ของเรามากๆนั้นจะส่งผลต่อการค้นหาของ Google และ yahoo
6.ก่อนลงเนื้อหาเผยแพร่ต้องตรวจทานเนื้อหา เนื้อเรื่องว่าน่าสนใจมากน้อยเพียงไหน มีรูปประกอบเพิ่มเติมยิ่งน่าดู น่าอ่าน
7.ลงมือทำครับ ถ้าวิเคราะห์มาดีแล้วไม่ลงมือซักครั้งหนึ่งก็ไม่รู้ว่า เราต้องปรับปรุงอะไรอีก


วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การหารายได้เดือนนี้จาก online

เข้าพรรษาปีนี้ฝนตกดีจริงๆครับตกทั้งวัน แต่ต้องบอกว่าชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนชาวบ้านชอบมากเพราะหมายถึงปีนี้ฤดุการลงไร่ลงสวนลงนาเข้ามาถึงแล้ว ชาวนาบางรายเดือนเมษายนเห็นฝนตกหน่อยรีบไถหวานที่ไหนได้ฝนตกทิ้งชว่งกันไป 2-3 เดือน ทำเอาลงแรงลงทุนไปแล้วเจ้งไปตามๆกันจำนวนไม่น้อยแต่ก็ยังดีที่ทางรัฐบาลมีการประกันราคาสินค้าบ้าง
  การขายสินค้าออนไลท์ของผมก็เช่นกัน โดยฝนแล้งเล่นงานเอาสมองนี้ตึบเลยไม่ไปหน้ามาหลัง รายได้ก็ไม่เข้า พอสิ้นเดือนทีก็เข้ามาเช็คยอด สรุปผลการดำเนินงาน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังเหมือนเดิมทุกประการเหมือนเดือนที่ผ่านมา ต้อง วิเคราะห์ให้แล้วครับและวางแผนใหม่อีกเดือนว่าจะทำอะไรต่อ และจะพัฒนาปรับแก้ไขอะไรดี
มองที่ตนเองก่อน
  1. มีความรู้เรื่องที่จะมาเล่ามากน้อยแค่ไหน คุณเจ๋งจริงหรือเปล่าหรือประเภทครูลักพักจำ
  2.เรมีเวลาในการโพลส์ข้อความเนื้อหาทุกวันแล้วหรือยัง วันละกี่เรื่อง ตามที่ได้วางแผนไว้หรือเปล่า อันนี้ดูง่ายครับ เพราะ อาทิตย์ละเรื่องยังไม่ผ่านเลยครับ ต้องพพัฒนาและหาเนื้อหาใหม่ๆมีบอกเล่าเรื่องราวต่อครับ
  3.การเชื่อต่ออินเตอร์เนต ของเราเป็นอย่าไร หลุดบ่อย ช้าหรือความรู้เรื่องนี้ยังไม่พอ
มองที่สินค้า
  1.การเลือกสินค้ายังไม่โดนใจเพื่อนๆหรือลูกค้าพอ ทำอะไรที่แปลกเกินไปจน พี่หใญ่อย่าง Google.com,Yahoo.com งงว่าเนื้อหาที่จะให้เจ้า bot เข้ามาค้นหานั้นคืออะไร
  2.การตกแต่งรูปภาพสินค้า การลงเนื้อหาที่น้อยเกินไปหรือเกินจริงมีมากน้อยแค่ไหน
  3.สินค้าไม่มีเอกลักษณ์ในตนเอง Keyword มีคนใช้มากเกินไปจนทำให้บล็อกเราไม่ติดลำดับต้นๆ
มองด้านการพัฒนาและเพื่อนๆ
 1.บล็อกของเรมมีเพื่อนหรือแฟนพันธ์แท้หรือยัง ถ้ายังก็คงต้องอีกนานที่เราจะขายของได้
 2.การพัฒนารูปแบบทีมหรือเครือข่ายการใช้เทคนิกต่างๆ
วันนี้ ได้สรุปประเด็นง่ายๆที่ต้องนำมาพัฒนาและวางแผนดำเนินงานในเดือนต่อไปตามที่วางแผนไว้
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
ความอดทนที่นานพอ ย่อมนำผลสำเร็จมาสู่ตน
คนขยันและฉลาด ย่อมดีกว่าคนฉลาดแต่เกียจคร้าน

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การขายสินค้าใน AmaZon

วันนี้เป็นวันต้นเดือนก็ 1 กรกฎาคม 2553 ครบรอบเดือนที่ต้องมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลว่า Blog ,Keywordaffiliate แห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อเข้ามาวิเคราะห์ดูแล้ว ตามเป้าหมายครับ ไม่มีอะไรก้าวหน้าไปมากกว่าเดิมมีผู้เข้าชม Blog น้อยมากปัญหาน่าจะเกิดจากอะไรได้บ้างนะ เพื่อนๆคิดเหมือนกันรึเปล่า
1.ไม่มีการอัพข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกวัน
2.หา Niche Keyword ที่ดีมีคนต้องการไม่เจอ น่าจะวิเคราะห์หรือศึกษาเรื่อง Niche Keyword เพิ่มเติม
3.ขาดการประชาสัมพันธ์ Blog นี้กับ Web ที่มี ค่า Ratting ดีๆ
4.การใช้ Bookmark ยังไม่มากพอ
5.Blog มีเนื้อหาที่ไม่โดนใจเพื่อนๆ ต้องพัฒนามากขึ้น
6.ควรถามผู้รู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา
7.ไม่ท้อถอยและควรสู้ๆต่อไป